ROOFTOP GARDEN เปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้าให้เป็น…สวนสีเขียว

พื้นที่โล่งแจ้งชั้นบนสุดของบ้านหรือ “ดาดฟ้า” เป็นหนึ่งในพื้นที่หลายๆ บ้านนั้น มองข้ามประโยชน์ใช้สอยของส่วนนี้ไป หรือเป็นพื้นที่ที่แทบไม่ได้มีการใช้งานเลย เนื่องจากอากาศที่ค่อนข้างร้อนของบ้านเราด้วย แต่วันนี้เราจะมาชวนทุกคนปรับพื้นที่โล่งแจ้งของบ้าน ให้เป็นพื้นที่ใช้สอยที่ร่มรื่นมากขึ้น ด้วยการจัดทำพื้นที่สีเขียวให้ส่วนนี้กัน เพื่อเติมออกซิเจนให้ร่างกาย และเพิ่มร่มเงาให้กับบ้าน โดยจะมีไอเดียการปรับแต่งมุมสวนลอยฟ้า Rooftop Garden มาใช้งานในรูปแบบไหนบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยครับ

“เปลี่ยนพื้นที่โล่งแจ้ง เป็นมุมสวนลอยฟ้า”

เริ่มจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่ดาดฟ้า ที่โล่งแจ้งของบ้าน ให้กลายเป็นมุมที่เพิ่มความร่มรื่นให้กับบ้าน กับการจัดทำเป็นุมมสวนลอยฟ้า ด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ อาจจะเลือกตามความชอบ หรือจะเลือกต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศ ช่วยกรองฝุ่นละอองต่างๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีครับ โดยปัจจุบันการปลูกต้นไม้ เลี้ยงพันธุ์ไม้ต่างๆ ถือเป็นกิจกรรมยามว่างชั้นดีเลย เนื่องจากพันธุ์ไม้บางชนิดนั้น สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้ด้วย เป็นทางเลือกที่ดีที่จะเริ่มต้นปรับปรุงมุมดาดฟ้า ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยครับ

“มุมพักผ่อนส่วนตัว”

นอกจากมุมพักผ่อนภายในบ้านแล้ว การได้สูดอากาศธรรมชาติบ้าง ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ควรทำหากมีเวลาครับ ซึ่งถ้าหากเราปรับมุมดาดฟ้าเป็นอีกหนึ่งมุมพักผ่อน เราก็จะได้พื้นที่พักผ่อนกลางแจ้งที่มีความเป็นส่วนตัว หากต้องการให้พื้นที่นี้ร่มรื่น ก็เลือกชนิดของต้นไม้ที่ให้ร่มเงาได้ดี อาจมีขนาดใหญ่เล็กสลับกันไป หากต้องการร่มเงามากขึ้นอาจจะตกแต่งเพิ่มเติมด้วยร่ม หรือหลังขนาดเล็กๆ เป็นมุมนั่งหลบแดดก็ได้ครับ แต่อย่าลืมตรวจสอบโครงสร้างของอาคารกับทางโครงการให้แน่ใจก่อน ว่ารองรับน้ำหนักต้นไม้และกระถางต้นไม้ได้มากน้อยแค่ไหนนะครับ

“มุมทำงานท่ามกลางธรรมชาติ”

ในยุคการทำงานแบบ Hybrid Working หรือ New Normal แบบนี้ การมีมุมทำงานที่ทำให้ผ่อนคลาย ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเหมือนกันครับ งานจะออกมาดีได้ บรรยากาศโดยรอบก็ต้องดีด้วย ซึ่งการจัดพื้นที่นั่งทำงานไว้ที่มุมนี้ เป็นทางเลือกที่ค่อนข้างดี จะได้มีมุมทำงานที่มองไปแล้วรู้สึกสบายตามากขึ้น และยังสามารถเปลี่ยนจากมุมทำงานในห้องเดิมๆ เป็นการทำงานที่เราจะรู้สึกรีแล็กซ์ได้มากขึ้นด้วยครับ

“พื้นที่ดาดฟ้ากว้างขวาง”

ที่โครงการ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 มีพื้นที่ Rooftop ที่กว้างขวาง สามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนลอยฟ้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวและความร่มรื่นให้กับตัวบ้าน จัดเป็นพื้นที่สังสรรค์ส่วนตัวสำหรับกลุ่มเพื่อนและครอบครัว จัดทำลานซักล้างสำหรับแม่บ้าน หรืออื่นๆ ตามความต้องการได้อีกมากมาย

“VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34”

Luxury Townhome โครงการใหม่ บนทำเลใจกลางพระราม 3 คุณค่าเหนือกาลเวลาแห่งบ้านพักอาศัย ในงานสถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์กลิ่นอายโมเดิร์น

.

ทาวน์โฮมหรู สไตล์ Classical Modernity ที่ตั้งอยู่บนสุดยอดทำเลใจกลางเมือง

700 ม. จากทางด่วนสาธุประดิษฐ์

950 ม. จากเซ็นทรัลฯ พระราม 3

1 กม. จาก King’s College International School Bangkok

3 กม. จากแยกสาทร

พื้นที่ใช้สอย 340-400 ตร.ม. | เริ่ม 20.9 ล้าน*

ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บ.* >> https://bit.ly/veritz-astin-estate

มั่นใจกับระบบควบคุมความปลอดภัยที่เหนือกว่า ด้วยประตูทางเข้าโครงการแบบ Double Gate และ ประตูชั้นที่ 2 ควบคุมด้วยรีโมททุกหลัง พร้อมความเป็นส่วนตัวที่สูงสุดเพียง 8 ครอบครัวต่อ 1 ซอย

ดูแล้วอยากแต่งตาม 5 Youtube Channel สำหรับคนชอบแต่งบ้าน

หากช่วงนี้ใครกำลังมองหาไอเดียแต่งบ้าน อยากจะปรับเปลี่ยนมุมต่างๆ ภายในบ้านใหม่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน วันนี้เรามีไอเดียดีๆ จากช่อง YouTube มาฝากกันครับ กับ 5 ช่อง YouTube ที่ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการแต่งบ้าน เลือกซื้อของตกแต่งบ้าน รวมไปถึง DIY สิ่งของต่างๆ เพื่อใช้สอยภายในบ้านครับ สามารถนำมาเป็นไอเดีย สำหรับตกแต่งบ้านของเราให้น่าอยู่มากขึ้นกันครับ

“ 승아네 seungahne ”

ช่องของ Youtuber จากเกาหลี ที่จะมาพาคุณแต่งห้องสไตล์ Minimal กับไอเทมเรียบง่าย รวมถึงการเลือกเฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งให้เข้ากับห้องและการใช้งาน และยังมีการปรับเปลี่ยนมุมต่างๆ ภายในห้อง ให้ไม่ซ้ำจำเจอยู่ตลอดเวลาด้วย เป็นหนึ่งในช่องที่เหมาะกับคนที่ชอบปรับเปลี่ยนมุมห้อง มุมทำงาน ให้ไม่ดูจำเจครับ

“ Kristen McGowan ”

Youtuber ดีกรี Interior Design ที่จะมาพาคุณตกแต่งบ้านในแบบต่างๆ รวมไปถึง Vlog การไปเลือกซื้อของตกแต่งตามฤดูกาล การเลือกใช้สิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับบ้าน พาคุณอัพเดทเทรนด์การตกแต่งบ้านในช่วงเวลานั้น และยังมีทริคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการแต่งบ้านรวบรวมอยู่อีกมากมาย เป็นหนึ่งช่องการแต่งห้องที่มีประโยชน์มากครับ

“ Reynard Lowell ”

เป็นหนึ่งในช่องที่รวมเนื้อหา การแต่งบ้านรูปแบบต่างๆ ไว้มากมาย แบ่งแยกการแต่งห้องได้อย่างครบครัน เช่น การแต่งห้องนั่งเล่น ห้องนอน ห้องครัว ฯลฯ แม้คุณจะอยู่คอนโด เนื้อหาช่องนี้ก็รองรับคุณได้ มีทริคแนะนำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสีเฟอร์นิเจอร์ เลือกต้นไม้ในห้อง การตั้งงบประมาณสำหรับเลือกซื้อของต่างๆ หรือแม้แต่การ DIY ของมาใช้งาน ซึ่งตอบโจทย์มากๆ สำหรับคนชอบแต่งบ้าน หรือกำลังหาไอเดียดีๆ ต้องมาดูช่องนี้เลยครับ

“ is.rainbow ”

หากใครอยากได้ไอเดียการจัดห้องที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ก็แนะนำเป็นช่องนี้เลยครับ เนื้อหาในช่องจะไปทาง Room Makeover เพราะมีการปรับเปลี่ยนมุมต่างๆ ภายในค่อนข้างบ่อย แต่ยังคงสไตล์ Minimal Cozy ไว้ และยังแนะนำการซื้อของตกแต่ง ให้เข้ากับสไตล์ห้องด้วย เป็นอีกช่องนึงที่จะมาช่วยทำให้บ้านของคุณ มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้นครับ หากชอบสไตล์ Minimal Cozy พลาดไม่ได้เลยครับ

“ Bebe Doang ”

ช่องที่จะมาพาคุณจัดระเบียบภายในบ้าน ในห้องต่างๆ ของคุณ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังคอยแนะนำของตกแต่ง อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้ภายในบ้านให้ด้วย เหมาะกับคนที่บ้านมีของเยอะ วางไว้ไม่เป็นระเบียบ ดูช่องนี้แล้วอาจจะต้องลุกไปจัดห้องของตัวเองเลยครับ

ปัจจัยที่ทำให้ทำเล “พระราม3 – สาธุประดิษฐ์” น่าอยู่มากที่สุด

เหตุผลที่ทำให้ทำเล…”พระราม 3 – สาธุประดิษฐ์” น่าอยู่มากที่สุด

ทำเลน่าอยู่เกิดขึ้นจากหลายๆ ปัจจัยหลัก อย่างเช่น ความสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกที่รอบด้าน การคมนาคม และอีกมากมาย แต่ว่าจะมีซักกี่ทำเล ที่จะให้คุณได้ครบครันเกือบทุกด้าน ที่เป็นปัจจัยหลักในการใช้ชีวิต ซึ่งทำเล “พระราม 3 – สาธุประดิษฐ์” เป็นหนึ่งในทำเล ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่สะดวกสบาย เนื่องจากเป็นทำเลที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกรอบด้าน วันนี้เราจะพามาดูกันว่า จะมีเหตุผลใดบ้างที่ทำให้ทำเล “พระราม 3 – สาธุประดิษฐ์” นี้ เป็นทำเลน่าอยู่มากที่สุด

พบกับทาวน์โฮมหรู สไตล์ Classical Modernity “ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 ” เผยอัตลักษณ์แห่งการใช้ชีวิตที่เหนือกว่า ผ่านทุกช่วงเวลาของการอยู่อาศัยที่โดดเด่น ที่สุดอุดมคติแห่งการพักผ่อนอันเงียบสงบ พื้นที่ใช้สอย 340-400 ตร.ม. เริ่ม 20.9 ล้าน* บนสุดยอดทำเลใจกลางเมือง 700 ม. จากทางด่วนสาธุประดิษฐ์ 950 ม. จากเซ็นทรัลฯ พระราม 3 1 กม. จาก King’s College International School Bangkok 3 กม. จากแยกสาทร

หากพูดถึงทำเล “พระราม3 – สาธุประดิษฐ์” หลายๆ คนคงคิดว่า เป็นแค่ทำเลใกล้โซนธุรกิจอย่างสีลม-สาทร ไม่มีแลนด์มาร์คหรือจุดดึงดูดความสนใจจากผู้คน แต่ถ้าหากได้ลองมาสำรวจทำเลนี้ดูดีๆ แล้ว จะพบว่าทำเลนี้เป็นหนึ่งในทำเลที่ มีการเจริญเติบโตกว่าแต่ก่อนค่อนข้างเยอะ ไม่ว่าจะเป็นด้านที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ที่เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอด รวมไปถึงสถานบริการด้านต่างๆ และสถานศึกษาชั้นนำ ต่างกระจายตัวอยู่ในทำเลนี้ค่อนข้างมาก ทำให้หลายๆ ครอบครัว เริ่มมองหาที่อยู่อาศัยภายในทำเลนี้กันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นการซื้อเพื่ออยู่ในระยะยาว ซึ่งทำเลนี้เองก็ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ด้วย เนื่องจากว่าที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น Luxury Townhome ทำให้ขนาดและพื้นที่ของบ้านนั้น รองรับการขยับขยายของสมาชิกครอบครัวในระยะยาวได้ ส่วนอีกหนึ่งปัจจัยที่ขาดไปไม่ได้เลยคือเรื่องการเดินทาง ดดยทำเลนี้การเดินทางค่อนข้างสะดวกสบาย รถไม่แออัดมากนักแม้เป็นโซนใกล้ทำเลธุรกิจก็ตาม เนื่องจากช่วงเวลาที่ไม่ใช่ช่วงเร่งด่วน ปริมาณรถจะน้อยลงมาก ทำให้การจราจรนั้นคล่องตัวสูง แถมยังเชื่อมต่อสู่พื้นที่ต่างๆ ได้ง่าย เพราะว่าอยู่ใกล้ทางด่วนและถนนเส้นหลักครับ

หนึ่งในทำเลที่เด่นเรื่องสถาบันการศึกษา ก็ต้องยกให้กับ “พระราม3-สาธุประดิษฐ์” เนื่องจากว่าเป็นทำเลที่มีสถาบันการศึกษาชั้นนำ โดดเด่นในเรื่องของภาษา และวิชาความรู้ด้านต่างๆ นั้น กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างเยอะ ไล่ตั้งแต่สถานศึกษาสำหรับเด็กเล็ก จนไปถึงระดับมหาวิทยาลัย หากเป็นครอบครัวที่มีลูกหลาน ที่ไม่ต้องการให้เดินทางไปเรียนไกลบ้าน ที่นี่ก็เหมาะมากสำหรับเป็นตัวเลือกในการหาที่อยู่อาศัยในระยะยาว ซึ่งหากอยู่ที่โครงการ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 ผู้ปกครอง คุณพ่อ คุณแม่ ก็สามารถเดินทางไปรับ-ส่ง ได้อย่างไม่ยากเย็นเลย เนื่องจากระยะทางจากโครงการไปโรงเรียนแต่ละแห่งนั้น เป็นระยะทางที่ไม่ไกล ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากโครงการเพียงแค่ 750 เมตร เท่านั้นเองครับ

เหตุผลต่อมาเป็นเรื่องของ สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์นั่นเองครับ ซึ่งทำเลนี้สามารถพูดได้เลยว่าครบครันแทบจะทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแหล่งรวมสินค้าแฟชั่น ช้อปปิ้ง ความบันเทิง ร้านอาหาร ฟิตเนส ของใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงบริการต่างๆ ซึ่งสามารถเลือกไปได้ตามที่เราสะดวกเลยครับ

อีกเหตุผลสำคัญที่ขาดไม่ได้ในปัจจุบัน นั่นคือเรื่องของสุขภาพ แต่ในทำเล “พระราม3-สาธุประดิษฐ์” นั้น ยังมีสถาบันการแพทย์ชั้นนำอยู่ใกล้ๆ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบัน คนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น อาจเป็นเพราะด้วยเรื่องโรคระบาด การมีโรงพยาบาลอยู่ใกล้ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้คนที่อยู่อาศัย ในทำเลแห่งนี้นั้นหมดห่วงมากขึ้น

นอกจากนี้ทำเล “พระราม3-สาธุประดิษฐ์” ยังเป็นทำเลที่มีระบบขนส่งสาธารณะ ที่คอยอำนวยความสะดวกอยู่รอบพื้นที่ด้วย อย่างเช่น BTS สายสีลม ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสยาม หรือเดินทางออกไปพื้นที่ฝั่งธนบุรีได้ และในอนาคตก็จะมีการสร้างรถไฟฟ้าสายสีเทา ที่เชื่อมจากพื้นที่โซน CBD อย่างสีลม-สาทร ไปสู่ทำเลอย่าง พระราม 3-สาธุประดิษฐ์ ได้อย่างสะดวก เนื่องจากรถไฟฟ้าสายสีเทา มีเส้นทางที่วิ่งผ่านถนนนราธิวาสฯ ไปเชื่อมต่อเข้าสู่ถนนพระราม 3 ที่สถานีคลองช่องนนทรี จากนั้นวิ่งตลอดทางถนนพระราม 3 จนถึงแยกเจริญกรุงครับ ซึ่งถ้าเป็นคนพื้นที่นี้ การมีรถไฟฟ้าสายสีเทาถือเป็นอีกหนึ่งความสะดวกสบาย สำหรับการเดินทางเข้า-ออก โซนนี้ได้ดีเลยครับ

สุดท้ายในเรื่องการคมนาคมภายในทำเลนี้ เป็นหนึ่งในทำเลที่เดินทางสะดวกสบายค่อนข้างมาก ด้วยสภาพการจราจรนั้น ถ้าวัดจากช่วงเวลาปกติ เป็นหนึ่งในทำเลที่การจราจรเบาบางมาก การเดินทางไปมาจึงไม่ต้องเผื่อเวลาสำหรับเดินทางมากนัก แถมยังเป็นทำเลที่เดินทางเชื่อมต่อไปยังโซนอื่นๆ ได้ค่อนข้างง่ายด้วย เนื่องจากอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานคร ที่เดินทางไปยังกรุงเทพฯชั้นในได้ หรือจะเป็นสะพานภูมิพลที่ข้ามไปยังโซนสุขสวัสดิ์-ประชาอุทิศ และสะพานพระราม 3 ที่ใช้เชื่อมกับฝั่งท่าพระก็สะดวกมากๆ ครับ

—————————————————————– 

ตำแหน่งโครงการ : https://goo.gl/maps/UuZfLTgRPy1QFRg98

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.: 092-321-7888 

LINE ID : @astinestate หรือ https://lin.ee/GpnJh3J 

www.astinestate.com 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ราคาและโปรโมชั่นทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

#สาธุประดิษฐ์ #Townhome #VERITZ

เลือก Townhome อย่างไร… ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิต

หากวันหนึ่งเราต้องเลือกซื้อที่อยู่อาศัย แต่ยังไม่รู้จะต้องเริ่มต้นยังไง เกิดคำถามขึ้นในใจต่างๆ มากมาย เพื่อให้ได้บ้านที่ตรงโจทย์ที่เราตั้งไว้ โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่มีบ้านให้เราเลือกหลายรูปแบบ หลากหลายขนาดตั้งแต่เล็กไปใหญ่ หรือแม้กระทั่งราคาต่ำไปจนถึงราคาสูงๆ วันนี้เรามีวิธีการเลือกที่อยู่อาศัยในประเภททาวน์โฮมมาฝากกันครับ

  • เลือกตามงบประมาณที่เรามี

ก่อนที่เราจะเริ่มหาบ้านสักหลังหนึ่ง สิ่งที่เราจะต้องนำมาพิจารณาเป็นอย่างแรกเลย ก็คือการคำนวนงบประมาณที่เรามีครับ เพราะหากมีงบที่จำกัด ก็จะส่งผลให้เรามีกำลังซื้อที่น้อยลง ซึ่งการคำนวนงบประมาณนั้น ต้องนำค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้ามาเป็นปัจจัยร่วมอยู่ด้วย ซึ่งก็จะทำให้เราได้รู้ว่า มีกำลังพอที่จะซื้อบ้านในเรทราคาระดับไหนนั่นเองครับ

  • โลเคชั่น

หลังจากคำนวนงบประมาณไปแล้ว ก็ได้เวลาเลือกที่อยู่อาศัยที่เรามีกำลังซื้อ ซึ่งนำมาสู่การพิจารณาในเรื่องของ ตำแหน่งที่ตั้งของที่อยู่อาศัยด้วย ว่าอยู่ในทำเลที่เหมาะสมกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน หรือลูกๆ ที่จะต้องเดินทางไปสถานศึกษา ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมด้วยทั้งสิ้น ยิ่งเราเลือกทำเลอยู่อาศัยที่เดินทางสะดวกมากเท่าไหร่ ก็ช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มาก ไม่ต้องรีบร้อนหรือเผื่อเวลามากนักในการเดินทาง หรือหากใครเดินทางด้วยรถสาธารณะ ก็ให้มองหาที่อยู่อาศัยที่สามารถใช้บริการของขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกสบาย เช่น มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยมูลค่าของทำเลที่จะสูงขึ้นครับ

  • สิ่งอำนวยความสะดวกรอบโครงการ

อีกหนึ่งที่จะทำให้การเลือกทำเลที่นั้นสมบูรณ์แบบสำหรับเรา ก็คือการพิจารณาจากสิ่งอำนวยความสะดวกของทำเลนั้นครับ โดยดูจากบริเวณโดยรอบของที่อยู่อาศัย ว่ารอบๆ โครงการนั้นมีแหล่งอำนวยความสะดวกอะไรบ้าง อาทิเช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร หรือคอมมูนิตี้มอลล์ต่างๆ ซึ่งก็เป็นปัจจัยที่ทำให้โลเคชั่นนั้นเหมาะสม และช่วยให้การใช้ชีวิตสะดวกสบายมากขึ้นครับ

  • ฟังก์ชั่นของบ้าน

หลังจากเลือกทำเลได้แล้ว ก็ให้มาดูขนาดและฟังก์ชั่นของบ้านที่เราเลือกครับ โดยให้คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยที่ตอบโจทย์เรา หากเราเลือกอยู่ที่บ้านหลังนี้แล้ว เพราะว่าส่วนใหญ่เราต้องใช้เวลาในบ้านต่อวันค่อนข้างมาก แถมยังใช้หลากหลายกิจกรรมด้วย การเลือกฟังก์ชั่นบ้านให้ลงตัวกับความต้องการ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

  • ระบบรักษาความปลอดภัย

เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึงค่อนข้างมาก สำหรับเรื่องของความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ในบ้าน หรือช่วงเวลาที่ไม่ได้อยู่บ้าน บ้านของเราควรปลอดภัยอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันหลายๆ โครงการ ก็จะมีการนำระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็น สัญญาณกันขโมย อุปกรณ์ตรวจสอบควัน เซ็นเซอร์ต่างๆ ระบบตรวจสอบความสั่นสะเทือนของบ้าน และอีกมากมายที่ในปัจจุบันมี ซึ่งระบบพวกนี้จะมีแจ้งเตือนไปที่โทรศัพท์มือถือ ก็ช่วยเพิ่มความอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง ส่วนภายนอกตัวบ้านก็ควรที่จะมี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งติดตั้งกล้องวงจรปิดรอบโครงการด้วย

สายมูต้องรู้ ! เตรียมตัวอะไรบ้าง ก่อนย้ายเข้าบ้านใหม่

สำหรับใครที่กำลังจะย้ายเข้าบ้านใหม่ วันนี้เรามีวิธีการเตรียมตัว รวมไปถึงสิ่งที่ควรทำของการย้ายเข้าบ้านใหม่มาฝากกัน 

ในปัจจุบันความเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยบ้าน ยังเป็นเหตุผลที่หลายๆ คน ถือเป็นตัวช่วยในการใช้ชีวิตให้ราบรื่น ฉะนั้นเรื่องความเชื่อจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับการเข้าอยู่ในบ้านหลังใหม่ การทำตามขั้นตอนหรือพิธีการต่างๆ ก็เป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ต่อเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยด้วย วันนี้เราจึงนำวิธีการต่างๆ ของการเสริมดวง สำหรับย้ายเข้าบ้านหลังใหม่มาฝากกัน

ฤกษ์มงคล เป็นหนึ่งในสิ่งที่คนจะย้ายสิ่งของ หรือย้ายเข้าบ้านใหม่ จะคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากความเชื่อเรื่องการเสริมดวง ไม่ว่าจะเป็นฤกษ์ตามวันเกิด ฤกษ์จากการดูดวง หรือจากวิธีอื่นๆ ตามความเชื่อของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ก็เพื่อความเป็นสิริมงคล เสริมดวงชะตาชีวิต ให้มีการใช้ชีวิตที่ราบรื่น ทั้งเจ้าของบ้านและผู้อาศัยนั่นเอง และวิธีนี้ยังสามารถรู้ได้ด้วย ว่าวันไหนหรือช่วงเวลาไหน ที่ควรจะหลีกเลี่ยงในการย้ายเข้าบ้านใหม่

การนิมนต์พระสงฆ์ เป็นหนึ่งในการประกอบพิธี เพื่อความสิริมงคลและเสริมโชคลาภ ให้ตัวเราและผู้อยู่อาศัย โดยถือเป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมานานแล้ว ซึ่งการนิมนต์พระสงฆ์นั้น จะนิยมจำนวนเลขคี่ตามความเชื่อที่ว่า เลขคี่เป็นเลขมงคล โดยเฉพาะการนิมนต์พระสงฆ์เป็นจำนวน 9  รูป แต่เราสามารถเลือกตามความเหมาะสมของสถานที่ได้เช่นกัน ควรนิมนต์พระวงฆ์ก่อนเวลา เพื่อกำหนดฤกษ์ยามที่เหมาะสม

สำหรับการอัญเชิญพระพุทธรูปเข้าบ้านใหม่ ควรจะให้ผู้อยู่อาศัยที่มีอายุมากที่สุด เป็นผู้อัญเชิญพระพุทธรูปเข้าบ้าน ตามความเชื่อว่าการให้ผู้ที่มีอายุมาก เป็นผู้อัญเชิญจะเป็นมงคลที่ดีต่อชีวิต  เมื่อวางพระพุทธรูปไว้บนโต๊ะหมู่บูชาแล้ว ทำการจุดธูปเพื่ออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มาปกปักรักษาบ้าน ช่วยให้บ้านร่มเย็นเป็นสุข

วัตถุมงคลสิ่งแรก เราได้อันเชิญไปก่อนแล้วก็คือพระพุทธรูป หลังจากนี้ก็สามารถนำวัตถุมงคลอื่นๆ เข้ามาไว้ในบ้านได้ตามต้องการ ซึ่งวัตถุต่างๆ ก็จะแตกต่างกันไปตามความเชื่อ เช่น ต้นไม้มงคลที่ช่วยเสริมความร่ำรวย นอกจากช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังช่วยให้บ้านดูสวยงามขึ้นด้วย 

การทำพิธีขึ้นบ้านใหม่ เป็นความเชื่อที่อยู่กับคนไทยมานานแล้ว หลายครอบครัวก็จะมีความเชื่อแตกต่างกันออกไป การทำพิธีต่างๆ ก็เพื่อให้เกิดความพึงพอใจ ความสบายใจ และยังช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ให้แก่เจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยคนอื่นๆ อีกด้วยครับ

หยุดยาว “วันสงกรานต์” มาจัดบ้านให้น่าอยู่

วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ทั้งที มีเวลาก็มาจัดบ้านให้น่าอยู่กันมากขึ้น สำหรับคนที่ไม่ได้เดินทางไปไหน ก็ถือโอากาสนี้ทำอะไรดีๆ ให้บ้านกันดีกว่า มุมไหนที่รกหรือสกปรก ที่เราละเลยมานาน ก็มาจัดการทำความสะอาด เก็บของให้เข้าที่เข้าทาง จัดครัวใหม่ ล้างห้องน้ำ ดูแลสวน และอีกหลากหลายที่สามารถทำได้ช่วงนี้ เพื่อให้บ้านของเราสวยน่าอยู่มากขึ้นกันครับ

เริ่มจากพื้นที่ที่เราใช้เป็นประจำ อย่างโซน Living Area ทั้งใช้รับแขก ใช้ทำกิจกรรมภายในครอบครัว เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์รวมของสมาชิกในบ้านเลย ซึ่งใช้งานไปนานๆ เข้า ก็จะมีฝุ่นเกาะตามจุดต่างๆ ก็ทำความสะอาดกันหน่อย ด้วยการดูดฝุ่น ปัดกวาดตามใต้โต๊ะ ใต้เก้าอี้ ตามซอกต่างๆ ถอดปลอกหมอนไปซัก จัดเก็บสิ่งของต่างๆ ให้เข้าที่เข้าทาง เท่านี้ก็จะได้โซนพักผ่อนที่น่าอยู่มากขึ้นแล้วครับ

อีกหนึ่งพื้นที่ที่เราใช้งานกันแทบทุกวัน ก็คือพื้นที่ครัวและโซนรับประทานอาหาร ซึ่งโซนพวกนี้จะมีคราบน้ำ คราบอาหาร ที่สะสมอยู่ตลอดทุกๆ วัน โดยปกติเราก็จะทำความสะอาดหลังใช้งาน แต่อาจจะยังไม่สะอาดพอ เนื่องจากคราบที่สะสมมากขึ้น จะเช็ดออกยากขึ้น ฉะนั้นก็ควรใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดเป็นส่วนๆ ไป และทิ้งขยะที่เป็นเศษอาหารให้เป็นประจำ เก็บอุปกรณ์ทำครัว จัดให้เป็นที่เป็นทาง ไม่วางเกะกะไปทั่วครัว เท่านี้ก็เหมือนได้ห้องครัวใหม่ ที่สะอาดน่าใช้งานแล้วครับ

หนึ่งในพื้นที่ ที่ควรจะเป็นพื้นที่ที่สะอาดที่สุด ก็คือห้องนอนของเรานั่นเองครับ เนื่องจากเป็นห้องที่เราต้องใช้พักผ่อน หากปล่อยให้มีฝุ่นเกาะ หรือไม่ปัดกวาดเช็ดถูเลย อาจจะทำให้หายใจไม่สะดวกได้ ช่วงหยุดยาวแบบนี้ก็จะมีเวลาที่เราจะมาดูดฝุ่น ปัดฝุ่น ตามตู้ โต๊ะ เตียงนอน เปลี่ยนผ้าปูที่นอน เพื่อจัดการกับฝุ่นต่างๆ ภายในห้อง และยังมีอีกหนึ่งส่วนที่ต้องคอยเก็บให้เป็นระเบียบก็คือตู้เสื้อผ้า เนื่องจากเสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ฝุ่นจะจับตัวได้มาก เราต้องคอยจัดเก็บให้เป็นระเบียบ พับผ้าแยกกับชุดที่แขวนไม้แขวน ไม่นำผ้ามากองกันไว้ เพราะฝุ่นจะจับตัวได้ง่าย เท่านี้ปัญหาของฝุ่นละอองภายในห้องก็จะลดลงแล้วครับ

สุดท้ายคือห้องน้ำ เนื่องจากเราใช้ห้องน้ำเป็นประจำ บางครั้งก็เกิดการสะสมของคราบน้ำต่างๆ ตามพื้นหรือผนังห้องน้ำ ควรทำความสะอาดห้องน้ำให้บ่อยมากขึ้น โดยเริ่มจากเช็ดถูคราบบนผนัง พื้น และสุขภัณฑ์ต่างๆ เปลี่ยนผ้าม่านกั้นอาบน้ำใหม่ หรือบ้านไหนเป็นกระจกแบ่งโซน ก็เช็ดทำความสะอาดคราบต่างๆ เพื่อลดการสะสมของคราบสกปรก แค่นี้ห้องน้ำก็จะสะอาดน่าใช้เหมือนเดิมแล้วครับ

7 มาตรการ…รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม.

การคำนึงถึงความปลอดภัย ของการอยู่อาศัยของลูกบ้านเป็นสิ่งสำคัญ ที่โครงการ “VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34”  ให้คุณได้สัมผัสกับมาตรฐาน การดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ ให้คุณอุ่นใจในทุกช่วงเวลาที่อยู่บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง กับระบบรักษาความปลอดภัยแบบครบครัน

วันนี้จะพาคุณไปรู้จัก กับระบบรักษาความปลอดภัยต่างๆ จากทางโครงการ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 จะมีอะไรบ้าง ไปชมกันเลยครับ

“ CCTV Around Project ” 

ติดตั้งระบบ CCTV ดูและความเรียบร้อยรอบโครงการ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยสังเกตการณ์ ดูแลความเรียบร้อย ภายในโครงการตลอด 24 ชั่วโมง

“ SECURITY GUARD 24HR. ” 

มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย คอยตรวจบริเวณรอบโครงการ และเฝ้าระวังเหตุต่างๆ ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มความปลอดภัยและลูกบ้านอย่างใกล้ชิด

“ SMOKE / HEAT DETECTOR ” 

ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับควันไฟและความร้อน เพื่อป้องกันเหตุเกี่ยวกับไฟไหม้ และความร้อนภายในบ้าน โดยแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่นหากความร้อนสูงเกินอุณหภูมิที่ตั้งไว้ เพิ่มความสะดวกสบาย ในการตรวจเช็คปัญหาเบื้องต้นด้วย

“ MAGNETIC SENSOR (Window / Door) ” 

ติดตั้งอุปกรณ์กันขโมยแบบไร้สาย โดยเป็นระบบตรวจจับอัตโนมัติ ติดตั้งที่บริเวณประตูและหน้าต่าง ป้องกันการงัดแงะจากภายนอก โดยมีการแจ้งเตือนผ่านแอพพลิเคชั่น

“ SHOCK SENSOR ” 

ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับการสั่นสะเทือน โดยจับการสั่นไหวของตัวบ้านหรือ ประตู หน้าต่าง ที่อาจจะเกิดจากการถูกงัดแงะหรือการทุบ โดยจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้ผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน ได้รับรู้ผ่านแอพพลิเคชั่น


“ OUTDOOR IP CAMERA ” 

ติดตั้ง IP CAMERA ภายนอกตัวบ้าน ใช้ตรวจจับความเคลื่อนไหวภายนอก โดยตัวกล้องออกแบบมาให้ทนกับสภาพอากาศ ป้องกันฝุ่นและฝน สามารถมองเห็นในช่วงเวลากลางคืนได้ไกล 30 เมตร 

“ FRONTGATE SECURITY ” 

ติดตั้งประตูรั้วทางเข้าของแต่ละซอย พร้อมรีโมทอัตโนมัติทุกหลัง เพิ่มความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยให้กับลูกบ้าน ที่อาศัยอยู่ภายในโครงการ

HYBRID WORKING กับยุค NEW NORMAL

ในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา เราจะได้เห็นการปรับตัวและรูปแบบการทำงาน จากทางองค์กรหรือตัวพนักงานเอง เนื่องจากสถานะการณ์ COVID-19 นั้นส่งผลกระทบอย่างเป็นวงกว้างในหลายๆ ด้าน ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและการใช้ชีวิต จากเดิมที่ต้องทำงานแต่ที่ออฟฟิศ ก็ปรับเปลี่ยนให้ทำงานจากที่บ้าน หรือสถานที่อื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ จึงเกิดเทรนด์การทำงานแบบ HYBRID WORKING ขึ้นมา

HYBRID WORKING คืออะไร และอะไรที่เป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดเทรนด์การทำงานรูปแบบนี้ขึ้นมา วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณครับ

“ HYBRID WORKING ” คือ รูปแบบการทำงาน ที่ตัวพนักงานสามารถเลือกที่ทำงาน ได้อย่างมีอิสระ ไม่ว่าจะเป็นทำงานจากที่บ้าน หรือตามสถานที่อื่นๆ แทนการทำงานที่ออฟฟิศแห่งเดียว เมื่อตัวพนักงานมีอิสระในการทำงานมากขึ้น ก็ส่งผลให้งานออกมามีประสิทธิภาพ และทำให้เกิดผลผลิตที่สูงขึ้น ภายใต้นโยบายการทำงานแบบ Flexible Working Policy

ปัจจัยรอบด้านที่ทำให้เกิด “Hybrid Working” ขึ้นมา และได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน อย่างแรกก็คือ การปรับตัวของบริษัทชั้นนำของต่างประเทศ ที่มีการปรับรูปแบบการทำงาน อย่างเช่น Google หรือ Facebook ที่เริ่มปรับตัวเป็น Hybrid Working ซึ่งเป็นตัวอย่างให้องค์กรต่างๆ เริ่มมีการปรับตัวตามมากขึ้น ปัจจัยต่อมาก็เกิดจากการที่มีการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องปรับเป็นการทำงานจากที่บ้าน หรือสลับกันเข้ามาที่ออฟฟิศ เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด ป้องกันความเสี่ยงของการแพร่กระจายโรค ปัจจัยสุดท้ายก็คือตัวพนักงาน ที่ถูกปรับรูปแบบการทำงาน แต่ยังคงคุณภาพและประสิทธิภาพไว้ได้อย่างดี หรืออาจจะเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการมีอิสระในการทำงาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้นโยบาย Flexible Working Policy ด้วย

ประโยชน์ของรูปแบบการทำงาน “Hybrid Working” มีอยู่ค่อนข้างหลากหลาย เช่น 

  • พนักงานมีอิสระกับการทำงานมากขึ้น จะช่วยดึงศักยภาพและประสิทธิภาพ ในการทำงานให้เพิ่มมากขึ้นด้วย
  • ดึงดูดคนรุ่นใหม่ๆ ที่มากความสามารถให้อยากร่วมงานกับองค์กรมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการทำงานของคนรุ่นใหม่ จะค่อนข้างชอบความอิสระ ชอบใช้เทคโนโลยีและความทันสมัย เป็นตัวช่วยในการทำงาน
  • องค์กรเปลี่ยนแปลงเป็นรูปแบบ Flexible Workplace มากขึ้น ส่งเสริมการทำงานในรูปแบบ Hybrid ส่งผลให้การทำงานของพนักงานดียิ่งขึ้น
  • Hybrid Working ช่วยป้องกันการแพร่กระจายของ COVID-19 และยังทำให้องค์กรดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในช่วงที่มีโรคระบาด
  • ลดค่าใช้จ่ายลงได้ จากการทำงานแบบ Hybrid ทั้งค่าใช้จ่ายขององค์กร หรือค่าใช้จ่ายของพนักงานเองก็ตาม

ในบริษัทชั้นนำ จะให้อิสระกับพนักงานในการเลือก ที่จะเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศเมื่อไหร่ก็ได้ และตัวองค์กรก็สามารถ ปรับลดพื้นที่โต๊ะทำงาน เป็นโต๊ะส่วนกลางแทน เป็นการช่วยลดพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้ โดยพนักงานที่จะเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ ก็สามารถใช้โต๊ะส่วนกลางได้ด้วย ซึ่งออฟฟิศชั้นนำในประเทศไทย ก็เริ่มมีการปรับพื้นที่ทำงานเป็นในรูปแบบ Co-Working Space มากขึ้น เช่น Google, Wongnai และออฟฟิศอื่นๆ อีกมากมาย

หากองค์กรเริ่มปรับตัวเป็น “Hybrid Working” ก็ควรกำหนดนโยบาย Flexible Working Policy ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้พนักงานได้เข้าใจและปฏิบัติตาม เพื่อให้ยังคงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไว้ แม้ไม่ได้เข้ามาทำงานที่ออฟฟิศ รวมถึงการติดต่อประสานงานต่างๆ ด้วย การกำหนดนโยบายจะช่วยให้ ระบบการทำงานต่างๆ ยังคงดำเนินต่อไปได้อย่างไม่มีติดขัด หากต้องทำงานรูปแบบ Hybrid ในระยะยาว ก็สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

“ ปัจจัยหลัก & ตัวเร่ง ” ที่ทำให้เกิดการปรับตัว ในองค์กรต่างๆ มากขึ้นในปัจจุบันนั้น ก็คือการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กระทันหัน และบริษัทต่างๆ ยังคงต้องดำเนินธุรกิจให้ไปต่อ เหตุการณ์นี้จึงเป็นตัวกระตุ้น ให้องค์กรต้องหันมาปรับเปลี่ยนการทำงานใหม่ โดยเริ่มจากการทำที่บ้าน ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดค่อนข้างสูง และปรับเปลี่ยนเป็นการผสมผสานข้อดี ของการทำงานจากที่บ้าน และการเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศเข้าด้วยกัน จึงเกิดเป็นการทำงานแบบ Hybrid Working Model นั่นเองครับ

“VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34” อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในทุก Generation

เจเนอเรชั่นเป็นปัจจัยหนึ่งของการอยู่อาศัยร่วมกัน ด้วยการเติบโตมาในยุคที่แตกต่าง ย่อมมีไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตมาไม่เหมือนกัน บางครอบครัวนั้นมีสมาชิกอาศัยร่วมกันถึง 4 เจเนอเรชั่น การปรับตัวให้อยู่อาศัยร่วมกันได้ก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะสำคัญ บ้านและพื้นที่จึงเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่จะต้องแชร์และใช้เวลาร่วมกัน การเลือกบ้านที่ดีและมีพื้นที่ที่ตอบโจทย์ สำหรับทุกเจเนอเรชั่น ก็ถือเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีไม่น้อย ที่โครงการ “VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34” เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ออกแบบพื้นที่และแบ่งสัดส่วน เพื่อรองรับการอยู่อาศัยของทุกเจเนอเรชั่น ให้สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขครับ

ความแตกต่างของแต่ละเจเนอเรชั่นนั้น อาจจะพบเจอได้เกือบจะในทุกๆ ครอบครัว ด้วยความแตกต่างของยุคสมัย การดำเนินชีวิต ทำให้แต่ละเจเนอเรชั่น มีความต้องการแตกต่างกันอย่างชัดเจน หากต้องอยู่อาศัยร่วมกันก็คงต้องมีการปรับจูนเข้าหากันมากขึ้น ซึ่งเจเนอเรชั่นในปัจจุบันก็แบ่งออกได้เป็น 

  • Baby Boomer กลุ่มคนวัยเกษียณ อยู่ในช่วงเวลาของการพักผ่อน อยากใช้เวลาอยู่กับลูกหลานและคนในครอบครัว 
  • Gen X ใช้ชีวิตที่คล้ายกับ Baby Boomer มีความอดทน ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นไปได้จริง มุ่งมั่นทำงานหนัก มั่นใจในตนเอง คาดหวังต่อการประสบความสำเร็จสูง
  • Gen Y  เกิดมาพร้อมไลฟ์สไตล์เต็มไปด้วยเทคโนโลยี เต็มเปี่ยมด้วย Passion มีความคิดนอกกรอบ มีความสร้างสรรค์และท้าทาย ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง
  • Gen Z เกิดมาท่ามกลางสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว ใช้เวลาอยู่กับโลกออนไลน์ และรับข่าวสาผ่านอินเตอร์เน็ต เปิดกว้างทางความคิด เปิดรับความแตกต่าง ชอบอะไรที่รวดเร็ว ทั้งการใช้ชีวิตและการประสบความสำเร็จ

“Family Space” ฟังก์ชั่นหลักที่สำคัญมากสำหรับครอบครัว เป็นการออกแบบพื้นที่ใช้สอยเพื่อให้ครอบครัว ได้มาใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกัน โดยโครงการ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 นั้น ได้มีการออกแบบพื้นที่เชื่อมต่อกัน ตั้งแต่โซนพื้นที่ Living Area, โซนรับประทานอาหาร, พื้นที่จัดเตรียมอาหาร รวมไปถึงโซนครัว เป็นแบบ Open Space ที่รองรับได้ทุกกิจกรรมของครอบครัวครับ

“Personal Space” หนึ่งในพื้นทีที่จะขาดไปไม่ได้เลย นั่นก็คือ ‘พื้นที่ส่วนตัว’ ของแต่ละ Gen เพราะภายในบ้านแต่ละคนก็มีงานอดิเรก หรือกิจกรรม การพักผ่อนที่แตกต่างกันออกไป ทาง VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 เอง ก็ออกแบบให้มีพื้นที่ส่วนตัวมาอย่างครบถ้วน โดยมีพื้นที่ห้องนอนขนาดใหญ่มาให้ สามารถแบ่งได้ถึง 3-4 ห้องนอน และยังมีพื้นที่ Multipurpose ที่รองรับการขยับขยายในอนาคตด้วยครับ

และนี่ก็คือตัวอย่างการปรับฟังก์ชั่นของบ้าน จากพื้นที่ห้องนอนให้เป็น Activity Space เป็นอีกหนึ่งพื้นที่กิจกรรมของครอบครัว โดยสามารถปรับเป็นห้องโฮมเธียเตอร์ สำหรับมาทำกิจกรรม ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม พร้อมๆ กันทั้งครอบครัวได้ หรืออาจจะปปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่ห้องนั่งเล่น ที่มีความเป็นส่วนตัวมากขึ้นได้ เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ชั้นบนของตัวบ้านครับ หากมีการรับแขกที่ชั้นล่าง สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ก็สามารถมาใช้งานห้องนั่งเล่นที่มุมนี้ได้ครับ 

สวนลอยฟ้า “Rooftop Garden” เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ Outdoor การทำสวนลอยฟ้าจึงเหมาะมากๆ โดยฌฉพาะคนที่ชอบปลูกต้นไม้ สามารถใช้พื้นที่บริเวณนี้ได้อย่างเต็มที่ และพื้นที่นี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ของแต่ละครอบครัวอีกด้วย สามารถจัดทำเป็นพื้นที่ปาร์ตี้เล็กๆ สำหรับกลุ่มเพื่อน หรือไว้สำหรับจัดงานสังสรรค์กันในครอบครัว หรือจะจัดทำเป็นลานซักล้างก็ยังได้ครับ

รวมคอนเทนต์จาก “NETFLIX” เติมไอเดียการตกแต่งบ้าน

🎬 หนึ่งในบริการสตรีมมิงยอดนิยม ที่รวบรวมคอนเทนต์ที่น่าสนใจไว้มากมายนั่นก็คือ “Netflix” ซึ่งเป็นสื่อเพื่อความบันเทิง มีหนัง ซีรีย์ รายการ สารคดีต่างๆ มากมาย รวมอยู่ในแพลตฟอร์มนี้ วันนี้เราก็จะพามาดู คอนเทนต์ที่จะช่วยเพิ่มเติมไอเดีย สำหรับคนอยากแต่งบ้าน หรือกำลังหาไอเดีย เพื่อขยับขยายพื้นที่ในบ้านใหม่ จากสตรีมมิงยอดนิยมอย่าง Netflix กันครับ จะมีรายการหรือซีรีย์อะไรน่าสนใจบ้าง ไปชมพร้อมกันเลยครับ 🎬

“ Tidying Up with MARIE KONDO ” จัดบ้านเปลี่ยนชีวิตกับ “ มารีเอะ คนโด ” ผู้ที่จะมาแนะนำเคล็ดลับการจัดบ้านที่เรียบง่าย ทรงพลัง และมีหลักจิตวิทยารองรับ ซึ่งไม่เพียงช่วยให้บ้านของคุณหายรกแบบถาวร หลังจากลงมือจัดบ้านแค่ครั้งเดียว แต่ยังช่วยให้ชีวิตของคุณดีขึ้นในทุกๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเงิน การเรียน ความสัมพันธ์ ไปจนถึงสุขภาพ แล้วคุณจะพบว่าแค่จัดวางข้าวของในบ้านให้เข้าที่ สิ่งดีๆ ก็จะวิ่งเข้ามาในชีวิตคุณครับ

“ The World’s Most Extraordinary Homes ” หนึ่งในสารคดีที่คนรักบ้านจะพลาดไปไม่ได้เด็ดขาด เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เรา จะสามารถเพลิดเพลินไปกับการตกแต่งบ้านได้ เพราะเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวของบ้านที่ไม่มีคำว่าธรรมดา แต่มีการเพิ่มความพิเศษด้วยแพชชัน แรงบันดาลใจ และความท้าทายของการออกแบบโครงสร้างสถาปัตยกรรม โดยเล่าเรื่องราวผ่าน เพียร์ส เทย์เลอร์ สถาปนิกดีกรีรางวัล และแคโรไลน์ เควนติน นักแสดงผู้หลงใหลในด้านอสังหาริมทรัพย์

“ Interior Design Master ” หนึ่งในทีวีเรียลลิตี้การแข่งขัน ที่อยากจะแนะนำให้ดูก็คือ Interior Design Masters ครับ เป็นการแข่งขันของผู้ฝันอยากเป็นนักตกแต่งภายใน และช่วงชิงโอกาสเซ็นสัญญาเปลี่ยนชีวิตกับโรงแรมชั้นนำของลอนดอน โดยมีโจทย์การแข่งขันที่แตกต่างกันไปในแต่ละตอน แต่มีเป้าหมายหลักเพื่อการพลิกโฉมบ้าน หรือห้องที่แสนน่าเบื่อให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นอกจากรูปแบบการแข่งขันที่สนุกเข้มข้น ยังมาพร้อมไอเดียการแต่งบ้านสุดเจ๋ง เพื่อให้เรานำมาปรับใช้กับบ้านของเราได้ด้วยครับ

“ STAY HERE ” ท่องเที่ยว ออกแบบ ลิ้มลอง ทำกำไร คือคำนิยามของรายการวาไรตี้นี้ครับ โดยรายการมีคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจ มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านออกแบบและตกแต่งภายใน และผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมีแนวคิดในการเปลี่ยนที่พักอาศัย ให้สามารถทำกำไร สร้างรายได้ให้กับเจ้าของ  ตัวอย่างเช่น Platform Airbnb โดยรูปแบบรายการจะเป็นการไปยังบ้านหลังต่างๆ ที่มีปัญหาในเรื่องต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์หรือรูปแบบการจัดการธุรกิจ โดยเปลี่ยนจากที่พักดาวเดียว ยกระดับให้เป็นดั่งที่พักระดับ 5 ดาว ที่สามารถสร้างกำไรและความรู้สึกดีๆ กับเจ้าของบ้านได้ ผ่านการดีไซน์

“ Amazing Interiors ” รายการแต่งบ้านที่ถือว่าเป็นสวรรค์ของคนชอบการตกแต่งภายใน เพราะรายการนี้เต็มไปด้วยไอเดียการตกแต่งภายในมากมาย โดยมีแรงบันดาลใจจากสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ในฝัน สัตว์โปรด สีที่ชอบ หรือแม้แต่ภาพยนตร์สยองขวัญ ปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นบ้านที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำกับใครๆ