Blog

ราคาบ้านโซน ‘พระราม 3’ ที่ปรับตัวขึ้นในช่วงสิบปี

‘พระราม 3’ ทำเลที่ปัจจุบันมีอัตราการเติบโต และพัฒนาของพื้นที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากบริเวณภายในทำเลและโดยรอบนั้น มีการเข้ามาของ MEGA Project และสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทำให้ที่ดินและราคาที่อยู่อาศัยนั้น ปรับตัวพุ่งสูงมากขึ้น และยังรวมไปถึงความต้องการที่อยู่อาศัย ในพื้นที่นี้ในปัจจุบันนั้นมีมากขึ้นด้วย หากเปรียบเทียบตลอดระยะเวลา 10 ปี ที่ผ่านมา จะยิ่งเห็นได้ชัดว่า ‘พระราม 3’ นั้น เป็นทำเลที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านศักยภาพและราคาที่ดินครับ

‘ปัจจัยที่ส่งผลกับราคาบ้าน’

  1. ทำเล ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของการซื้อบ้าน จะประกอบไปด้วยการคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก และสถานที่สำคัญต่างๆ หากเป็นคนที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย ทำเลจะถูกคำนึงถึงปัจจัยสำคัญอันดับแรก
  2. สิ่งแวดล้อม แน่นอนว่าคงไม่มีใคร ที่อยากจะอยู่บ้านที่มีสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมหรือไม่งดงาม ดังนั้นบ้านที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี จะถูกมองเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ
  3. ศักยภาพ คือภาพรวมของทำเล จะถูกมองว่าในอนาคตจะมีการเติบโตไปในทิศทางใด  โดยปัจจัยสำคัญคือ Project ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นของทางภาครัฐหรือเอกชน หากว่าบ้านอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ แนวโน้มที่จะราคาเพิ่มสูงขึ้นก็จะมีมากขึ้น
  4. การดู Supply ในทำเล ว่ายังมีอีกมากน้อยเพียงใด ดูได้จากบ้านและคอนโดในย่านนั้น เริ่มหายากขึ้นหรือไม่ แสดงให้เห็นว่ามีผู้ที่สนใจในทำเลนี้มาก ราคาก็จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  5. แนวโน้ม CAP GAIN ซึ่งวิธีนี้ทำได้โดยการนำเอาราคาของบ้าน หรือที่ดินในอดีตมาคำนวณ เพื่อทราบการเปลี่ยนแปลงของราคานแต่ละปี เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการคาดเดา ควรพิจารณาควบคู่ไปกับสถานการณ์ในปัจจุบันและอนาคต
  6. อัตราเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยที่มีผลอย่างมาก เพราะอัตราค่าเงินเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ทำให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เคยราคาต่ำ อาจเปลี่ยนเป็นราคาสูงขึ้นได้ ควรศึกษาและตรวจสอบให้ดีก่อนทำการซื้อขาย

ศักยภาพการเติบโตของทำเล ‘พระราม 3’

การเติบโตของทำเลนี้ จะประกอบไปด้วยพื้นที่ ถ.พระราม 3, ถ.รัชดาภิเษก, ถ.สาธุประดิษฐ์, ถ.สีลม, ถ.สาทร ซึ่งอัตราการเติบโตมักจะไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด โดยพื้นที่ที่มีราคาสูงที่สุดจะเป็นบริเวณ ถ. สีลม คือ 700,000 – 1,000,000 บ./ตร.ว. ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ราคาสูงที่สุดในกรุงเทพฯ ด้วย รองลงมาจะเป็น ถ.สาทร ที่ราคาประเมินจะต่ำกว่าสีลมไม่มากนัก เนื่องจากเป็นทำเล CBD

.

ส่วนบริเวณถัดออกมาจากโซน CBD อย่างพระราม 3 – สาธุฯ อัตราการเติบโตตลอดช่วง 12 ปี ของทำเลนี้มีอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง 284% หากลองเปรียบเทียบย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 47-50 ซึ่งราคาในตอนนั้นจะอยู่ที่ 65,000 บ./ตร.ว. ส่วนในปัจจุบันนั้น บริเวณ ถ.พระราม3 จะอยู่ที่ 170,000 – 250,000 บ./ตร.ว. เฉลี่ย +37% ต่อ 4 ปี โดยอัตราเติบโตสูงที่สุดจะเป็นของ ถ.สาธุประดิษฐ์ ที่สูงถึง 250,000 บ./ตร.ว. +57% ต่อ 4 ปี และอาจจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจาก MEGA Project ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่และบริเวณโดยรอบ เช่น ทางด่วนพระราม 3 – วงแหวนตะวันตก, ONE BANGKOK, TERMINAL 21 RAMA 3 ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีประกาศ ราคาประเมินที่ดินใหม่จากกรมธนารักษ์ออกมาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะปรับใช้ต้นปีหน้า

ปัจจุบันราคาประเมินที่ดินใหม่ของโซนพระราม 3 – สีลม – สาทร นั้นเพิ่มจากเดิมไม่มาก โดยราคาของแต่ละพื้นที่จะถูกประเมินเป็นราคาต่อตารางวา

  • ถ.พระราม 3 : 250,000 บาท/ตารางวา
  • ถ.สาทร : 450,000-800,000 บาท/ตารางวา
  • ถ.สีลม : 700,000-1,000,000 บาท/ตารางวา
  • ถ.เจริญกรุง : 200,000-500,000 บาท/ตารางวา
  • ถ.สาธุประดิษฐ์ : 250,000 บาท/ตารางวา

*โดยราคาที่ถูกประเมินใหม่นั้น ทางกรมธนารักษ์เตรียมประกาศให้ราคาประเมินที่ดินใหม่ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2566 แต่การทำนิติกรรมทั้งโอนที่ดิน การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง ยังคงใช้ฐานราคาประเมินที่ดินเดิม (รอบปี 2559-2562) ในการคำนวณไปก่อน

ในทำเล ‘พระราม 3’ นี้ จะเห็นที่อยู่อาศัยประเภททาวน์โฮมค่อนข้างเยอะ หากเทียบสัดส่วนกับคอนโด โดยราคาเริ่มต้นต่อตารางเมตรเฉลี่ยของทาวน์โฮม จะอยู่ที่ 65,000 บ./ตร.ม. ส่วนทางด้านคอฃนโดจะเริ่มต้นประมาณ 140,000 บ./ตร.ม. และถ้าหากเทียบราคาต่อพื้นที่ใช้สอยของทั้งสองประเภทแล้ว ราคาของทาวน์โฮมส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 15-30 ล้านบาท โดยจะมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 200-500 ตร.ม. สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นการใช้งานได้หลากหลาย ส่วนคอนโดนั้นจะเริ่มตั้งแต่ 10-80 ล้านบาท มีขนาดพื้นที่ใช้สอยโดยประมาณที่ 40-200 ตร.ม. ปรับเปลี่ยนพื้นที่ตามความต้องการไม่ได้ เนื่องจากพื้นที่ค่อนข้างจำกัด

ภาพรวมทำเลพระราม 3

พระราม 3 ถือเป็นทำเลที่เติบโตอยู่ตลอดเวลา ครบครันทั้งสิ่งอำนวยความสะดวก และการคมนาคม และยังเป็นทำเลที่อยู่ใกล้โซน CBD ทำให้ทำเลนี้เป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง ถ้าหากกำลังมองหาทำเล ที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยในระยะยาว ทำเลนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างดีเยี่ยม 

โดยทำเลนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กระจายตัวอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ตลาดสด สถานบริการ สถานศึกษา โรงพยาบาท และอื่นๆ อีกมากมาย สามารถเดินทางเชื่อมต่อย่านธุรกิจเพียง 15 นาที หรือต้องการใช้ทางด่วน ก็ห่างจากทางด่วนเฉลิมมหานครเพียง 500 เมตร เท่านั้น 

โดยความสะดวกสบายเหล่านี้ คุณได้พบก็ต่อเมื่อคุณมาใช้ชีวิตอยู่ที่โครงการ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 บ้านหรูสไตล์ Classical Modernity ที่ถูกออกแบบด้วยความประณีต เพื่อมอบคุณค่าการอยู่อาศัยของทุกครอบครัว หลอมรวมทุกสิ่งสำคัญไว้ในบ้านหลังเดียว สะดวกสบายด้วยทำเลศักยภาพที่เงียบสงบใจกลางเมือง เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว เพียง 15 นาทีจากสีลม-สาทร ในราคาเริ่มต้น 21.9 ล้าน* 

พบข้อเสนอพิเศษ 

ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บ.* >> https://bit.ly/veritz-astin-estate

ฟรี ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ* 

ฟรี ค่าส่วนกลาง 3 ปี* 

ฟรี สัญญาณกันขโมย 

ฟรี Digital Doorlock 

ฟรี ฉากกั้นอาบน้ำ 

—————————————————————– 

ตำแหน่งโครงการ : https://goo.gl/maps/UuZfLTgRPy1QFRg98

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.: 092-321-7888 

LINE ID : @astinestate หรือ https://lin.ee/GpnJh3J

*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด 

‘VERITZ สาธุประดิษฐ์’ บ้านที่เข้าใจ…ในทุกด้านของการใช้ชีวิต

บ้านหรูสไตล์ Classical Modernity ที่ถูกออกแบบด้วยความประณีต เพื่อมอบคุณค่าการอยู่อาศัยของทุกครอบครัว หลอมรวมทุกสิ่งสำคัญไว้ในบ้านหลังเดียว สะดวกสบายด้วยทำเลศักยภาพที่เงียบสงบใจกลางเมือง เชื่อมต่อทุกการเดินทางได้อย่างรวดเร็ว เพียง 15 นาทีจากสีลม-สาทร

‘ FRONT AREA ’

พื้นที่หน้าบ้านกว้าง 6.45 – 7.5 ม. พร้อมพื้นที่จอดรถขนาดใหญ่ รองรับการจอดได้ 2-3 คัน และยังรองรับการติดตั้ง EV Charger สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วย

‘ LIVING AREA ’

พื้นที่ห้องรับแขกที่กว้างขวาง รองรับทุกการทำกิจกรรมของครอบครัว สามารถจัดวางที่นั่งได้ 6-8 ที่นั่ง พร้อมโต๊ะกลาง สะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อพื้นที่กับโซนอื่นๆ เช่น พื้นที่รับประทานอาหาร พื้นที่จัดเตรียมอาหาร และห้องครัว

‘ KITCHEN ’

พื้นที่ครัวขนาดใหญ่ รองรับการทำอาหารทั้งหนักและเบา เชื่อมต่อกับพื้นที่หลังบ้าน สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศ ไม่ให้กลิ่นเข้าไปรบกวนภายในตัวบ้านได้

‘ PRIVATE LIVING AREA ’

LIVING AREA ที่เพิ่มความเป็นส่วนตัวที่บริเวณชั้น 2 สามารถใช้เป็นพื้นที่กิจกรรมสำหรับครอบครัวได้อีกหนึ่งโซน และยังได้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่แขกจะไม่สามารถขึ้นมารบกวนได้

‘ MASTER BEDROOM ’

ห้องนอน MASTER ขนาดใหญ่ แบ่งแยกสัดส่วนการใช้งานได้อย่างชัดเจนและครบครัน สามารถเชื่อมต่อไปยังส่วนของ Walk-in Closet และ Bathroom ได้

‘ BEDROOM 2-3 ’

ห้องนอนที่ 2 และห้องนอนที่ 3 บริเวณชั้น 3 ของตัวบ้าน เป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนของเด็กๆ ได้ หากครอบครัวไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก สามารถปรับฟังก์ชั่นเป็นห้องทำงาน หรือห้องเธียเตอร์ก็ได้

‘ MULTIPURPOSE AREA ’

พื้นที่อเนกประสงค์บริเวณชั้น 4 ของตัวบ้าน สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นได้ตามความต้องการ หากเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ สามารถจัดเป็นห้องนอนอีกหนึ่งห้องได้ หรือจะปรับเปลี่ยนเป็นห้องทำงาน หรือห้องกิจกรรมอื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

‘ ROOFTOP GARDEN ’

พื้นที่สวนลอยฟ้า สามารถปรับเปลี่ยนเป็นลานซักล้าง หรือพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง หรือลานปาร์ตี้สังสรรค์ของครอบครัวได้

—————————————————————– 

พบข้อเสนอพิเศษ 

– ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บ.* >> https://bit.ly/veritz-astin-estate 

– ฟรี ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ*

– ฟรี ค่าส่วนกลาง 3 ปี* 

– ฟรี สัญญาณกันขโมย 

– ฟรี Digital doorlock 

– ฟรี ฉากกั้นอาบน้ำ

– ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้าน*

ตำแหน่งโครงการ : https://goo.gl/maps/UuZfLTgRPy1QFRg98 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.: 092-321-7888 

LINE ID : @astinestate หรือ https://lin.ee/GpnJh3J 

*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

CHECKLIST เตรียมบ้านให้พร้อมรับมือ ‘ หน้าฝน ’

CHECKLIST เตรียมบ้านให้พร้อมรับมือ ‘ หน้าฝน ’

ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของฤดูฝน และยังมีพายุสับเปลี่ยนหมุนเวียนผ่านมา ทำให้มีฝนตกหนักอยู่เป็นประจำ และสิ่งที่มาพร้อมกันฝนนั้น ก็ยากต่อการรับมือไม่น้อย เพราะว่านำมาซึ่งหลากหลายปัญหา ถ้าหากเราไม่เตรียมตัวรับมือไว้ให้ดี วันนี้เรานำวิธีดูแลบ้านในฤดูฝนมาฝากกัน เพื่อให้ทุกคนรับมือและป้องกันอันตราย ที่มาพร้อมกับฝนได้อย่างทันท่วงที

‘ ล้างพื้นบ้าน ’

ทำความสะอาดตามซอกมุมต่างๆ ของพื้นบริเวณบ้าน เพื่อไม่ให้มีตะไคร่น้ำมาเกาะ เพิ่มความสกปรกให้กับตัวบ้าน

‘ เช็คขอบประตูหน้าต่าง ’

ตรวจเช็คขอบประตูและขอบหน้าต่าง ว่ามีการเสื่อมสภาพลงหรือไม่ หากมีจุดที่เสื่อมลงควรซ่อมหรือเปลี่ยน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมเข้ามาตอนเวลาที่ฝนตก

‘ ตัดแต่งกิ่งต้นไม้บริเวณบ้าน ’

การตัดแต่งกิ่งต้นไม้บริเวณบ้านให้สั้น ก็เพื่อป้องกันการหักโค่นมาทับตัวบ้าน หรือสมาชิกในครอบครัวเมื่อมีฝนตก หรือลมกระโชกแรง

‘ สำรวจรอยร้าวของบ้าน ’

หมั่นสำรวจและจัดการกับรอยร้าว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในตัวบ้าน เช่น หลังคา ฝ้า ผนัง เพราะหากปล่อยไว้อาจทำให้เกิดน้ำรั่วซึมเข้ามาในตัวบ้านได้ และอาจจะมีแมลงหรือสัตว์อื่นๆ เล็ดลอดเข้ามาตามรอยร้าวต่างๆ ได้

‘ ตรวจสอบปลั๊กไฟและสวิทซ์ ’

การตรวจสอบปลั๊กไฟและสวิทช์ต่าง รวมถึงสายไฟภายนอกบ้าน ช่วยป้องกันปัญหาไฟรั่วได้ และยังเป็นการตรวจสอบว่ายังใช้งานได้ดีอยู่หรือไม่ หากมีจุดไหนที่เสี่ยงต่อการโดนน้ำ ควรเปลี่ยนเป็นแบบกันน้ำได้ หากพบจุดชำรุดให้รีบแก้ไขโดยทันที เนื่องจากอันตรายจากไฟฟ้ามีความเสี่ยงค่อนข้างสูง

รวมจุดเช็คอินใกล้บ้าน ทำเล ‘กัลปพฤกษ์‘

📍 รวมจุดเช็คอินใกล้บ้าน ทำเล ‘ กัลปพฤกษ์ ‘

‘ THREE MANGOES ’

ร้าน Restaurant & Bar บรรยากาศชิลๆ ตั้งอยู่ริมถนนกาญจนาภิเษก นั่นคือร้าน Three Mangoes ภายในร้านจะเป็นบรรยากาศเปิดโล่ง แบ่งเป็น 2 โซน คือกลางแจ้งด้านนอก สามารถนั่งรับลมกันได้อย่างเต็มที่ กับอีกหนึ่งถัดมาที่จะอยู่ในร่ม เผื่อไว้สำหรับวันที่ฟ้าฝนหรือบรรยากาศไม่ค่อยเป็นใจ ร้านเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 01.00 น. โดยจะมีวงดนตรีผลัดเปลี่ยนมาเล่น สร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับร้านครับ

‘ GEORGIO’s PIZZA BKK ’

ร้านพิซซ่าโฮมเมด ประจำย่านนี้ ร้าน Georgio’s Pizza BKK โดยร้านนี้เขาจะมีแป้งและซอสที่ทำขึ้นเอง จากฝีมือเชฟชาวต่างชาติ ตัวพิซซ่าเป็นสไตล์ Neapolitan แป้งนุ่มหนึบ ขอบหนา หน้าล้น หากอยู่ทำเลนี้เป็นหนึ่งในร้านที่ไม่ควรพลาดครับ ร้านเปิดให้บริการ 11.00 – 19.30 น.

‘ หนองคายป้าสุ กัลปพฤกษ์ ’

ร้านอาหารเวียดนาม อาหารอีสาน และอาหารไทย ตั้งอยู่ริมถนนกัลปพฤกษ์ โดยเป็นร้านที่ให้ทั้งความสะอาด รสชาติ และราคา ที่คุ้มค่ากับคนที่มาทานมากๆ มีเมนูที่หลากหลาย และอาจจะแปลกตาสำหรับบางคน แต่รับรองว่ารสชาติอาหารถูกปากแน่นอน ร้านเปิดให้บริการ 10.00 – 22.00 น.

‘ ก๋วยเตี๋ยวเป่าปาก กัลปพฤกษ์ ’

ร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีเมนูหลากหลาย ทั้งก๋วยเตี๋ยวและเมนูอาหาร ทีเด็ดอยู่ที่หมูขั้ว หมูตุ๋น ตับตุ๋นที่เปื่อยนุ่มกำลังดี พร้อมน้ำจิ้มสูตรพิเศษของทางร้าน ที่รสชาติเข้มข้นจัดจ้าน ร้านเปิดให้บริการ 10.00 – 20.00 น.

‘ GRAFIKA SPECIAL COFFEE ’

ร้านกาแฟเล็กๆ ริมถนนกัลปพฤกษ์ฝั่งขาเข้าเมือง ร้านเหมาะแก่การนั่งพักทานกาแฟ มีที่สำหรับนั่งชิวนอกร้าน เมนูอาหารร้านนี้จะเน้นหลักไปที่กาแฟครับ แต่ถ้าไม่ใช่คอกาแฟเองก็มีเครื่องดื่มอื่นๆ ให้บริการเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีขนมปังอย่างครัวซองค์ และถ้าอยากซื้อกาแฟกลับบ้าน ก็มี Cold Brew อีกด้วยครับ ร้านเปิดให้บริการ 8.30 – 15.30, 8.30 – 17.00 น.

‘ SEACON BANGKAE ’

ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนถนนเพชรเกษม เป็นหนึ่งในศูนย์การค้าประจำย่านนี้เลย เป็นแหล่งรวมศูนย์บริการ ร้านอาหาร ความบันเทิงไว้มากมาย และนอกจากนี้ตัวศูนย์การค้าเองยังมีลานกิจกรรม ที่พลัดเปลี่ยนธีมอยู่ตลอดทุกเดือนอีกด้วย เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 – 21.30 น.

‘ THE MALL BANGKAE ’

อีกหนึ่งศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ที่เป็นศูนย์การค้าประจำย่านนี้อีกแห่ง เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณแยกบางแค ทำให้เห็นเด่นมาแต่ไกล ซึ่งก็เป็นแหล่งรวมศูนย์บริการ ร้านอาหาร ความบันเทิงไว้มากมาย รวมถึงมีสวนน้ำบริเวณชั้นบนด้วย เหมาะสำหรับครอบครัว พาเด็กๆ มาว่ายน้ำเล่นกันได้ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น., 11.00 – 22.00 น.

‘ THE EXPLACE กาญจนาภิเษก ’

ห้างสรรพสินค้าทันสมัยขนาดใหญ่ ที่มีสินค้าจำเป็นหลายประเภท รวมถึงบริการต่างๆ กิจกรรมสำหรับครอบครัว และร้านอาหารไว้มากมาย เปิดให้บริการ 10.00 – 22.00 น.

‘ ตลาดน้ำ สำเพ็ง 2 ’

แหล่งท่องเที่ยวสไตล์จีน บนถนนกัลปพฤกษ์ ด้านในจะเป็นที่เที่ยวและร้านอาหารมากมาย แนะนำให้มาช่วงเย็น ร้านต่างๆ จะเปิดค่อนข้างเยอะ รวมถึงบรรยากาศร่มเย็นด้วย ซึ่งใครเป็นสายสตรีทฟู้ด ที่นี่เหมาะมากในการมาเดินหาของกินครับ

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า โครงการ MOMENTIA กัลปพฤกษ์-กาญจนาภิเษก นั้นถูกรายล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์มากมาย ไม่ว่าจะร้านอาหาร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งจริงๆ แล้วทำเลนี้ยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกมากมาย ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง ซึ่งถ้ามีที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ ต้องบอกเลยว่าสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบครันเลยครับ 

ซึ่งทางโครงการ MOMENTIA กัลปพฤกษ์-กาญจนาภิเษก เป็นบ้านหรูสไตล์นีโอคลาสสิคโครงการใหม่ เดินทางสู่สาทร-สีลมเพียง 15 นาที ราคาเริ่ม 7.9 ล้าน* 

หากสนใจสามารถลงทะเบียนรับข้อมูลโครงการ >> https://bit.ly/3uaTJqa

🔘 โทร : 061-570-1777 

🔘 LINE ID : @astinestate หรือ https://lin.ee/GpnJh3J

6-7 AUG GRAND OPENING ‘VERITZ Sathupradit 34’

6-7 ส.ค. นี้ GRAND OPENING โครงการใหม่ I VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34

Classical Modernity Townhome บนทำเลใกล้ รร. King’s College เพียง 1 กม. เอกสิทธิ์เพียง 32 ครอบครัว 

พบข้อเสนอพิเศษวันงานก่อนปรับราคา 

– ลงทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 3,000,000 บ.* >> https://bit.ly/veritz-astin-estate

– ฟรี ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ*

– ฟรี ค่าส่วนกลาง 3 ปี*

– ฟรี สัญญาณกันขโมย

– ฟรี Digital doorlock

– ฟรี ฉากกั้นอาบน้ำ

คุณค่าเหนือกาลเวลาแห่งบ้านพักอาศัย ในงานสถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์กลิ่นอายโมเดิร์น บนทำเล ศักยภาพและความเงียบสงบใจกลางพระราม 3

ตำแหน่งโครงการ : https://goo.gl/maps/UuZfLTgRPy1QFRg98 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.: 092-321-7888 

LINE ID : @astinestate หรือ https://lin.ee/GpnJh3J 

*หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

‘RECHARGE’ ไปกับคาเฟ่และร้านอาหาร ย่านพระราม 3 – สาธุฯ

‘ 𝗥𝗘𝗖𝗛𝗔𝗥𝗚𝗘 ’ ไปกับคาเฟ่และร้านอาหาร ย่านพระราม 3 – สาธุประดิษฐ์

วันนี้จะพาไปชาร์จแบตให้กับตัวเอง เติมความสดชื่นให้กับชีวิต กับการไปพักผ่อนทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ร้านอาหารและคาเฟ่บรรยากาศดี ในย่านพระราม 3 – สาธุประดิษฐ์กัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในย่านที่รวมร้านอาหารริมน้ำ บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย และคาเฟ่สุดชิคดีไซน์สวยไว้อย่างมากมาย แต่ว่าจะมีร้านไหนบ้าง ไปดูกันเลยครับ

เริ่มร้านแรกด้วยร้านจากเชฟชื่อดัง อย่างร้านของเชฟป้อมจากเชฟกระทะเหล็กที่มากฝีมือและประสบการณ์ โดยร้าน Chef Pom Chinese Cuisine By TODD นี้ เป็นร้านอาหารจีนโมเดิร์น ออกแบบมาในสูตรลับเฉพาะของเชฟป้อม ซึ่งรับประกันว่าเมนูอาหารนั้น อร่อยแตกต่างไม่เหมือนที่ไหนอย่างแน่นอน นอกจากรสชาติอร่อยแล้ว หน้าตาอาหารแต่ละจาน ยังถูกตกแต่งให้สวยงามน่ารับประทานอีกด้วย โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

SAVOEY หรือร้านเสวย ริเวอร์วิว เป็นร้านอาหารริมน้ำอีกหนึ่งร้าน ขวัญใจคนย่านพระราม 3 เพราะภายในร้านที่นี่ มีทั้งโซนทานอาหารริมแม่น้ำ และยังมีโซนคาราโอเกะไว้ให้เหล่าวัยรุ่น และกลุ่มออฟฟิศมาใช้สังสรรค์กันได้ด้วย ส่วนเรื่องของเมนูอาหาร ทางร้านก็มีเมนูเด็ด ที่มาแล้วพลาดไม่ได้เลยอยู่หลายเมนู นอกจากนั้นยังมีเมนูติ่มซำ และอาหารทะเลมากมายเลยครับ โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 – 20.00 น.

THYME Eatery & Bar ร้านอาหารสไตล์โมเดิร์นยูโรเปี้ยน บรรยากาศอบอุ่น เหมาะสำหรับการมาทานอาหารกับครอบครัว หรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน ซึ่งเมนูของทางร้านก็มีให้เลือกทานมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารอิตาเลียน ฝรั่งเศส สเปน ที่ทำโดยเชฟที่มีประสบการณ์จากร้านระดับมิชลินสตาร์ พร้อมกับการใช้วัตถุดิบระดับ Premium ด้วยครับ นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการ Chef Table ด้วย แต่ต้องจองล่วงหน้านะครับ โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.30 – 20.30 น.

Good Haus BKK คาเฟ่น่านั่งในย่านพระราม 3 ที่ตกแต่งสุดแสนจะเรียบง่ายสไตล์มินิมอล ร้านใช้โทนขาวไม้เป็นหลัก มองออกไปเป็นเห็นวิวต้นไม้สีเขียว ที่นี่มีทั้งเครื่องดื่มและขนมพร้อมเสิร์ฟ พร้อมมีเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่าง Dirty Haus และบรรดาเมนูน้ำผลไม้สะกัดเย็น ที่เป็นสูตรโฮมเมดทำเองที่บ้านให้ได้เลือกดื่มด้วย โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 8.00 – 18.00 น.

Teyaki คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นแบบมินิมอล ใครที่ชอบร้านคาเฟ่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นบอกเลยว่าห้ามพลาด เพราะมุมไหนๆ ก็น่ามานั่งชิลหรือมาถ่ายรูป สำหรับเมนูของทางร้าน ก็จะมีให้เลือกทั้งเครื่องดื่มแบบ coffee และ non-coffee และมีเบเกอรีโฮมเมดอย่าง Senbei ขนมญี่ปุ่น, โดนัท และครัวซองต์ เป็นร้านที่น่าจะถูกใจสายคาเฟ่อย่างแน่นอน โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 9.00 – 18.00 น.

ร้าน Nadine’s Homecooking เป็นคาเฟ่บรรยากาศชิลๆ บรรยากาศร้านตกแต่งให้เหมือนเรานั่งทานกาแฟอยู่ในบ้าน ที่มีมุมสวนให้เราได้นั่งชิลท่ามกลางร่มไม้ ในส่วนของเมนูก็มีให้เลือกทั้งขนม เครื่องดื่ม และเมนูอาหาร ซึ่งเมนูเป็นสูตรของทางร้านเองอีกด้วย นอกจากนี้ทางร้านยังมี Set อาหารเช้า ไว้คอยบริการคนที่ต้องการทานมื้อเช้าอีกด้วย โดยร้านเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น.

‘ Eco Livng ’ สร้างพื้นที่สีเขียว…ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ

‘Eco Livng’ สร้างพื้นที่สีเขียว…ใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ

ปรับเปลี่ยนบ้านเพื่อการใช้ชีวิตแบบ Eco Living เพิ่มเติมความสดชื่นให้กับการอยู่อาศัย ภายในบ้านและคอนโด ด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับที่อยู่อาศัย และให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย ยังเป็นการช่วยสร้างคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่คุณและครอบครัวอีกด้วย

บ้านหรือคอนโดของแต่ละคน ต่างก็มีพื้นที่หรือสัดส่วนที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการจะมีพื้นที่สีเขียวภายในบ้านหรือคอนโดนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องของขนาดพื้นที่ ความต้องการพื้นที่สีเขียวของผู้อยู่อาศัยหรือเจ้าของบ้าน การตกแต่งอาจจะต้องเลือกให้เหมาะสมกับพื้นที่ที่เรามี เช่น คนที่มีบ้านหรือทาวน์โฮม จะมีพื้นที่ให้ใช้สอยได้มาก อย่างการทำสวนในพื้นที่หน้าบ้านหรือด้านข้างตัวบ้าน หากบ้านไหนมีพื้นที่ชั้นบนที่เป็นส่วน Outdoor ก็สามารถใช้พื้นที่นี้ทำเป็น Rooftop Garden ได้ ส่วนคอนโดนั้นมีพื้นที่ที่จำกัด อาจจะเลือกจัดเป็น Vertical Garden ไว้ในบริเวณระเบียง หรือภายในห้องตามความเหมาะสม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถ้าเป็นทาวน์โฮมหรือคอนโดมิเนียม เราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเราออกแบบพื้นที่ใช้งานแต่ละส่วน ไว้สำหรับใช้ประโยชน์ในด้านไหน ซึ่งพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนที่เราสามารถมาเพิ่มเติมได้ทีหลัง แต่หากมีพื้นที่มากพออย่าง Luxury Townhome ที่จะมีโซน Outdoor บริเวณด้านบน ก็ง่ายที่จะนำพื้นที่ส่วนนี้นั้นมาทำเป็น Rooftop Garden ทำให้บ้านนั้นได้รับความร่มรื่นจากพื้นที่ตรงนี้ด้วย และยังสามารถออกมาใช้นั่งพักผ่อนหรือทำงานได้ด้วย ส่วนคอนโดนั้นการมีพื้นที่จำกัด ไม่ใช่อุปสรรคหากอยากมีพื้นที่สีเขียว เนื่องจากในปัจจุบันการจัดสวนแบบ Vertical Garden นั้นมีตัวอย่างให้ดูมากมาย เราสามารถนำมาปรับใช้กับพื้นที่ที่จำกัดได้ อย่างเช่นการจัดสวนไว้บริเวณระเบียง ก็จะไม่รบกวนพื้นที่ในห้องด้วย

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในตัวบ้าน จะช่วยเพิ่มอากาศและความสดชื่นให้ภายในบ้าน แล้วเราจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างไร จริงๆ แล้วสามารถทำได้ง่ายมาก เพราะในปัจจุบันต้นไม้ฟอกอากาศ ถูกนำมาใช้วางตกแต่ง จัดเข้ามุมอยู่ในหลายๆ บ้านอยู่แล้ว ซึ่งต้นไม้เหล่านี้เป็นทั้งตัวช่วยในการฟอกอากาศ และยังถือเป็นการตกแต่งพื้นที่สีเขียวในตัวบ้านด้วย และเรายังสามารถเลือกต้นไม้ขนาดเล็กที่สามารถเติบโตได้แม้อยู่ในที่แสงน้อย มาตกแต่งเพิ่มเติมได้อีกด้วย เท่านี้ก็จะทำให้เราสามารถมีพื้นที่สีเขียวไว้ภายในบ้านได้แล้ว

นอกจากการปลูกต้นไม้แล้ว อีกวิธีที่ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว หรือทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกว่าใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ก็คือการเลือกใช้พลังงานทดแทนอย่างเช่น Solar Cell เพื่อช่วยลดการใช้พลังงานลง หรือการนำระบบ Home Automation มาควบคุมการใช้พลังงานโดยรวมภายในบ้าน เช่น ควบคุมระบบส่องสว่าง ควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศ เป็นการช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นลงได้มาก โดยทำงานร่วมกับการใช้พลังงานแสงอาทิตย์จาก Solar Cell

อีกหนึ่งวิธีที่กำลังมาแรงในปัจจุบันนี้ ก็คือเลือกใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) เพราะในปัจจุบันพลังงานไฟฟ้า กำลังเข้ามามีบทบาทและทดแทนพลังงานน้ำมัน ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ลดการปล่อยมลพิษ ซึ่งยานพาหนะทั้งรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สามารถชาร์จพลังงานได้ผ่านทาง EV Charger จากทั้งที่บ้านในแบบ Normal Charge หรือสถานีชาร์จไฟแบบ Quick Charge (DC)

‘ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 ’ ทำไมทำเล พระราม3 – สาธุประดิษฐ์ ถึงคุ้มค่ากว่า

‘ VERITZ สาธุประดิษฐ์ 34 ’ ทำไมทำเล พระราม3 – สาธุประดิษฐ์ ถึงคุ้มค่ากว่า

พาส่องความคุ้มค่า ของทาวน์โฮมหรูใจกลางทำเล ‘พระราม3 – สาธุฯ’ ที่มาพร้อมความสะดวกสบายที่รอบด้าน ไม่ว่าจะด้านการศึกษา การเดินทาง การแพทย์ รวมไปถึงอยู่ใกล้โซน CBD อย่างสีลม-สาทร  กับโครงการ 𝐕𝐄𝐑𝐈𝐓𝐙 สาธุประดิษฐ์ 𝟑𝟒

” 𝐏𝐫𝐨𝐣𝐞𝐜𝐭 𝐇𝐢𝐠𝐡𝐥𝐢𝐠𝐡𝐭 “

  1. โดดเด่นด้วยงานสถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์กลิ่นอายโมเดิร์น ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 𝗔𝘃𝗲𝗻𝘂𝗲 𝗠𝗼𝗻𝘁𝗮𝗶𝗴𝗻𝗲 ย่านที่พักและร้านค้าสุดหรู ในบรรยกาศสุดคลาสสิคแบบดั้งเดิมของ 𝗣𝗮𝗿𝗶𝘀
  2. รองรับการอยู่อาศัยของครอบครัวขนาดใหญ่ ด้วยพื้นที่ที่มีมากถึง 340 – 400 ตร.ม. รองรับการขยับขยายในอนาคตได้อีกด้วย
  3. แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างลงตัว รองรับทุกๆ กิจกรรมภายในครอบครัว พร้อมพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับการปรับเปลี่ยนใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์
  4. พื้นที่สวนลอยฟ้าที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น ทำสวนลอยฟ้า ปรับเป็นพื้นที่พักผ่อน หรือพื้นที่สำหรับสังสรรค์แบบส่วนตัว และยังสามารถทำเป็นลานซักล้างได้ด้วย
  5. ทำเลศักยภาพใจกลางพระราม 3 ใกล้โซน CBD สีลม-สาทร รายล้อมด้วยโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ
  6. พร้อมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับการอยู่อาศัย

ศักยภาพการเติบโตของราคาที่ดินในทำเล ‘พระราม3 – สาธุประดิษฐ์’
เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในทำเลใกล้โซน CBD หนึ่งข้อดีของการมีที่อยู่อาศัยในทำเลนี้ ก็คือเรื่องของมูลค่าครับ การมีที่ดินหรือที่อยู่อาศัยในทำเลที่ดีอย่างนี้ แน่นอนว่าในอนาคตนั้นราคาที่ดินยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะด้วยความต้องการที่มีมากขึ้นของผู้คน กับพื้นที่ที่เหลือน้อยลงไป ทำให้ราคาของพื้นที่โซนนี้ปรับตัวสูงขึ้นในทุกๆ ปี ซึ่งอัตราเติบโต 12 ปีหลัง สูงถึง 284% เฉลี่ยต่อ 4 ปี เพิ่มขึ้นถึง 57% โดยราคาประเมินจากกรมธนารักษ์รอบปี 2559-2562 คือ 250,000 บาท/ตร.ว. ส่วนช่วงถนนเส้นหลักของทำเลอย่างถนนพระราม 3 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 170,000 – 250,000 บาท/ตร.ว.  และบริเวณพื้นที่โดบรอบโซนนี้ยังมีการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ขึ้นมาอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ รวมไปถึงการเดินทางอย่าง รถไฟฟ้า BTS, BRT และในอนาคตกับรถไฟฟ้าสายสีเทา ทำให้เดินทางไปยังโซนต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ก็เป็นปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์นั้นสูงขึ้น และยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตของทำเลด้วยครับ

เทียบความคุ้มค่าของทาวน์โฮมและคอนโด ในทำเล ‘พระราม3-สาธุฯ-สาทร’

โดยโครงการทาวน์โฮมในโซนนี้ ส่วนใหญ่นั้นจะมียูนิตที่น้อยและส่วนใหญ่จะเป็นลักซูรี่ทาวน์โฮม ฉะนั้นราคาเริ่มต้นหากเทียบกับคอนโดในพื้นที่จะค่อนข้างใกล้เคียงกัน แต่สิ่งที่ทาวน์โฮมให้ได้มากกว่าคือพื้นที่ใช้สอยของตัวบ้าน โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 200 ตร.ม. ไปจนถึง 500 ตร.ม. แต่คอนโดในราคาเท่ากันอาจจะเป็นห้องขนาดเริ่มต้นได้ ยิ่งถ้าหากทำเลใกล้ สีลม-สาทร เข้าไป ราคาก็จะสูงขึ้นตาม และพื้นที่ที่ได้จะน้อยลงเนื่องจากราคาที่ดินในโซนนั้นค่อนข้างสูง และยังมีความวุ่นวายมากกว่าเนื่องจากใกล้แหล่งงาน ทำให้การจราจรและผู้คนพลุกพล่าน ส่วนทาวน์โฮมส่วนใหญ่จะตั้งอยู่บนพื้นที่ที่ขยับออกมาจากโซนเมือง ทำให้จะมีความสงบมากกว่า ส่วนเรื่องการใช้พื้นที่ใช้สอย การอยู่ทาวน์โฮมนั้นจะมีพื้นที่เป็นอขงตัวเองในการทำกิจกรรมต่างๆ แตกต่างจากคอนโดที่บางพื้นที่อาจะจะต้องใช้ร่วมกับครอบครัวอื่น อาจทำให้รู้สึกว่าความเป็นส่วนตัวนั้นลดน้อยลง

ทำเลใกล้โซน CBD สีลม – สาทร

ทำเล ‘พระราม3 – สาธุฯ’ นี้เหมาะกับครอบครัวที่ต้องเดินทางไปทำงานในโซน CBD หรือระแวกที่ใกล้เคียงอื่นๆ เนื่องจากที่ตั้งโครงการ 𝐕𝐄𝐑𝐈𝐓𝐙 สาธุประดิษฐ์ 𝟑𝟒 ห่างจากพื้นที่ CBD เพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น ซึ่งการเดินทางก็ค่อนข้างสะดวก แต่อาจใช้เวลามากขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่เนื่องจากมีถนนเส้นรองหลากหลายเส้นทาง ก็สามารถใช้ถนนเส้นรองในการเดินทางไปยังที่ทำงานได้ และยังอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนเฉลิมมหานครเพียงแค่ 500 ม. เท่านั้น

การเดินทางบนทำเล ‘พระราม3 – สาธุฯ’ เพื่อเชื่อมต่อไปยังโซนต่างๆ

อย่างที่กล่าวไปว่าการเดินทางทำเลนี้ค่อนข้างสะดวกสบาย เนื่องจากใกล้ทั้งทางด่วน ใกล้ถนนหลักที่เชื่อมไปยังโซนอื่นๆ หากต้องการเข้าเมืองก็มีตัวเลือกอย่าง BTS ด้วย และถ้าหากออกเดินทางจากโครงการ 𝐕𝐄𝐑𝐈𝐓𝐙 สาธุประดิษฐ์ 𝟑𝟒 ไปยังพื้นที่อื่นๆ จะใช้เวลาเท่าไหร่บ้างไปดูกันเลยครับ

  • 500 ม. จากทางด่วน เฉลิมมหานคร
  • 950 ม. จากเซ็นทรัลฯ พระราม 3
  • 1 กม. จากโรงเรียนนานาชาติ King’s College
  • 15 นาที เชื่อมสู่ สาทร – สีลม
  • 16 นาที เชื่อมสู่ สุขสวัสดิ์ – พระราม2
  • 18 นาที เชื่อมสู่ ทองหล่อ – เอกมัย
  • 24 นาที เชื่อมสู่ สยาม
  • 25 นาที เชื่อมสู่ อโศก

โครงการ “𝐕𝐄𝐑𝐈𝐓𝐙 𝐒𝐚𝐭𝐡𝐮𝐩𝐫𝐚𝐝𝐢𝐭 𝟑𝟒” มีแบบบ้าน 2 แบบให้เลือก

  • แบบบ้าน 𝐕𝐈𝐂𝐓𝐎𝐑

หน้ากว้าง 7.5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม. 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ จอดรถได้ 2-3 คัน พร้อมพื้นที่สวนลอยฟ้า 

  • แบบบ้าน 𝐕𝐎𝐆𝐔𝐄

หน้ากว้าง 6.45 เมตร พื้นที่ใช้สอย 340 ตร.ม. 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 พื้นที่กิจกรรม 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2-3 คัน พร้อมพื้นที่สวนลอยฟ้า

7 ต้นไม้…เสริมฮวงจุ้ยให้บ้าน

7 ต้นไม้มงคล…เสริมฮวงจุ้ยให้บ้าน

ต้นไม้…นอกจากจะให้ร่มเงาแล้ว ปัจจุบันผู้คนยังนิยมปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคล เสริมดวง เสริมโชคลาภ และเรียกทรัพย์สมบัติเข้ามาสู่ผู้คนในบ้าน แล้วต้นไม้มงคลที่ว่ามานี้ จะมีต้นอะไรบ้าง เรารวบรวมข้อมูลและลักษณะของต้นไม้มาฝากกันครับ

“ ต้นกวักมรกต ”

ต้นไม้มงคลขึ้นชื่อเรื่องของรวยทรัพย์ เชื่อกันว่าหากบ้านไหนปลูกต้นกวักมรกตไว้ จะช่วยเสริมในเรื่องของการกวักเงินกวักทองเข้าบ้าน และยังเชื่ออีกว่าหากปลูกแล้วออกดอก จะยิ่งส่งเสริมโชคลาภ มีความร่ำรวยยิ่งขึ้นอีกด้วยครับ โดยต้นกวักมรกตจะมีใบสีเขียวมันเงา ลำต้นเป็นแนวตั้ง นิยมปลูกกันในร่ม และยังเป็นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศได้ด้วย

“ ต้นออมเงิน ”

อีกหนึ่งต้นไม้มงคลปลูกในบ้าน ต้นเล็กดูแลง่าย เชื่อว่าหากบ้านไหนปลูกต้นออมเงิน จะช่วยในเรื่องของการมีเงินมากขึ้น เพราะถือเป็นไม้ที่มีความหมายถึงการออมเงิน หรือการสะสมเงินทองไว้ให้มากๆ

“ ต้นใบเงิน ”

ต้นไม้มงคลรวยทรัพย์ ที่มีใบรียาวปลายแหลม ขอบใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ลำต้นมีความเป็นพุ่ม เวลามองดูจะทำให้มีความสดชื่น บ้านไหนที่ปลูกต้นใบเงินไว้ จะช่วยเสริมเรื่องการมีเงินทองไหลมาเทมา มีความมั่นคงไม่ขัดสน เสริมความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัวและผู้อยู่อาศัยไปอีกนาน

“ ยางอินเดีย ”

ต้นไม้มงคลอีกหนึ่งต้นคือ ยางอินเดีย ด้วยลักษณะใบกลมมน ช่วยสื่อถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย ความเจริญรุ่งเรืองในหลักฮวงจุ้ย จึงนิยมปลูกไว้ในบ้านเพื่อช่วยเรียกเงินทอง ความโชคดี และความสำเร็จ และยังเป็นต้นไม้ที่ช่วยฟอกอากาศ ขจัดมลพิษภายในบ้านด้วย

“ ไผ่กวนอิม ”

ไผ่กวนอิม หรือกวนอิม เป็นต้นไม้ที่มีชื่อมงคล ชาวเอเชียเชื่อว่าปลูกแล้วจะช่วยนำเงินทอง โชคลาภ ความสุข และความเจริญมาสู่ผู้คนในบ้าน และยังเชื่อว่าการปลูกไผ่กวนอิมนั้น จะช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและความรู้สึกไม่ดีออกไปด้วย นอกจากนี้จำนวนของต้นไผ่ ก็มีความหมายแตกต่างกันด้วย เช่น ไผ่ 3 ก้าน สื่อถึงความสุข ความร่ำรวย และชีวิตที่ยืนยาว ไผ่ 5-6 ก้าน สื่อถึงความมั่งคั่งและความโชคดี ไผ่ 7 ก้าน สื่อถึงสุขภาพดีครับ

“ พลูด่าง ”

ต้นพลูด่างนอกจากจะปลูกเป็นไม้ประดับแล้ว ยังปลูกเป็นไม้มงคลได้ด้วย เพราะเชื่อว่าต้นไม้ชนิดนี้ช่วยนำโชคลาภ และเงินทองเข้ามาสู่บ้านหรือที่ทำงาน พร้อมช่วยฟอกอากาศและขจัดสารพิษได้อย่างดี ลักษณะของพลูด่างเป็นไม้เลื้อย ดูแลได้ไม่ยากนัก ต้องการน้ำปานกลาง และแสงแดดรำไร

“ ศุภโชค ”

ศุภโชคเป็นต้นไม้ที่เติบโตและพบเห็นได้ตามธรรมชาติ เป็นต้นไม้มงคลให้โชคลาภแก่คนปลูก ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่า เป็นต้นไม้ที่ช่วยดูดเงินทองเข้าบ้านหรือที่ทำงาน ถ้าหากปลูกไว้จะช่วยให้โชคดี มั่งคั่ง ร่ำรวย ยอกจากนี้ยังมีประโยชน์หลากหลาย ทั้งนำดอกและเมล็ดมาประกอบอาหาร ปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม ดูแลไม่ยากและเลี้ยงในบ้านได้ ไม่ต้องโดนแสงมาก ชอบที่ร่มรำไรและอุณหภูมิปานกลาง

Inspiration of Avenue Montaigne

“ INSPIRATION OF AVENUE MONTAIGNE ”

แรงบันดาลใจจาก Avenue Montaigne ย่านที่พักและร้านค้าสุดหรู ในบรรยกาศสุดคลาสสิคแบบดั้งเดิมของ Paris สู่ Luxury Townhome สไตล์ Classical Modernity โครงการ ” VERITZ Sathupradit 34 “ บนทำเลใจกลางพระราม 3 คุณค่าเหนือกาลเวลาแห่งบ้านพักอาศัย ในงานสถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์กลิ่นอายโมเดิร์น

Avenue Montaigne เป็นถนนในเขตที่ 8 ของปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่เดิมนั้นถนนเส้นนี้ถูกเรียกว่า allée des Veuves แต่ถนนเส้นนี้ก็ได้มีความเปลี่ยนแปลงจากอดีตไปมาก โดยชื่อปัจจุบันนั้นมาจาก Michel de Montaigne นักเขียนและนักปรัชญาของฝรั่งเศส ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ในศตวรรษที่ 19 ถนนแห่งนี้ยังมีชื่อเสียงในเรื่องของ The Bal Mabille (Mabille Gardens) หรือสถานที่แสดงการเต้นรำแบบเปิดที่ทันสมัย จึงกลายเป็นย่านที่มีสีสันมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันก็คือย่าน Avenue Montaigne นั่นเอง

โดยปัจจุบันย่าน Avenue Montaigne ก็กลายเป็นย่านการค้าแฟชั่นสุดหรู เนื่องจากมีร้านค้ามากมายที่เป็นร้านค้าแฟชั่นชั้นสูง เช่น Louis Vuitton, Dior, Chanel รวมไปถึงร้านค้าอัญมนีอย่าง Bulgari ด้วย ทั้งนี้ภายในย่านยังเป็นย่านที่พักที่มีโรงแรมหรูต่างๆ กระจายตัวอยู่อีกหลายแห่งด้วย

Paris ถือเป็นอีกหนึ่งเมืองแห่งสถาปัตยกรรม ลายล้อมไปด้วยอาคาร สถานที่ สถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยสถาปัตยกรรมในปัจจุบันส่วนใหญ่แล้ว จะถูกออกแบบในสไตล์ Modern Classic ซึ่งก็คืองานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย โดยเป็นการออกแบบที่ต่อเนื่องมาจากสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค โดยการออกแบบและการก่อสร้างอาคาร มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบันนี้

จากแรงบันดาลใจของ Avenue Montaigne ย่านที่พักและร้านค้าสุดหรูของประเทศฝรั่งเศส ถูกนำมาถ่ายทอด ในงานสถาปัตยกรรมคลาสสิคสไตล์กลิ่นอายโมเดิร์น สู่โครงการ VERITZ Sathupradit 34 ทาวน์โฮมหรูสไตล์ Classical Modernity ที่ออกแบบมาจากอาคาร และสถาปัตยกรรมที่สวยงามของ Avenue Montaigne จากกรุง Paris

โครงการ ” VERITZ Sathupradit 34 ” มีแบบบ้าน 2 แบบให้เลือก

  • แบบบ้าน VICTOR

หน้ากว้าง 7.5 เมตร พื้นที่ใช้สอย 400 ตร.ม. 4 ห้องนอน 6 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ จอดรถได้ 2-3 คัน พร้อมพื้นที่สวนลอยฟ้า 

  • แบบบ้าน VOGUE

หน้ากว้าง 6.45 เมตร พื้นที่ใช้สอย 340 ตร.ม. 3 ห้องนอน 5 ห้องน้ำ 1 ห้องอเนกประสงค์ 1 พื้นที่กิจกรรม 1 ห้องแม่บ้าน จอดรถได้ 2-3 คัน พร้อมพื้นที่สวนลอยฟ้า

โครงการ “𝐕𝐄𝐑𝐈𝐓𝐙 𝐒𝐚𝐭𝐡𝐮𝐩𝐫𝐚𝐝𝐢𝐭 𝟑𝟒” ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพความเงียบสงบใจกลางเมือง เชื่อมต่อย่านธุรกิจ พร้อมความสะดวกสบายในการเดินทางเพียง 500 ม. จากทางด่วนเฉลิมมหานคร 4 กม. จากแยกสาทร และ 7 กม. จากแยกอโศก รายล้อมด้วยห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ โรงพยาบาล และสถานศึกษาชั้นนำ